วิธีลดขนาดรูปให้ต่ำกว่า 1 MB
ลดขนาดรูปให้ต่ำกว่า 1 MB สำหรับสมัครงาน อัปโหลดเอกสาร ระบบราชการ เว็บไซต์ และแบบฟอร์มออนไลน์

หลายเว็บไซต์และระบบอัปโหลดไฟล์กำหนดขนาดรูปไม่เกิน 1 MB แต่รูปจากกล้องมือถือมักมีขนาดหลาย MB เพราะถูกถ่ายด้วยความละเอียดสูง
หากรูปใหญ่เกินกำหนด ไม่จำเป็นต้องถ่ายใหม่เสมอไป สามารถ ลดขนาดรูปให้ต่ำกว่า 1 MB ด้วยการบีบอัด ลดมิติภาพ หรือครอปส่วนที่ไม่จำเป็นออก โดยควรรักษาความคมชัดให้เหมาะกับการใช้งาน
เริ่มได้ที่
ลดขนาดรูปให้ต่ำกว่า 1 MB ด้วย JubKub →
ไม่ใช่ทุกรูปที่จะลดต่ำกว่า 1 MB ได้โดยคงคุณภาพเดิมทั้งหมด ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับขนาดต้นฉบับ ความละเอียด ประเภทภาพ และ Format ของไฟล์
วิธีลดขนาดรูปให้ต่ำกว่า 1 MB ทำยังไง?
ขั้นตอนพื้นฐานมีดังนี้
- ตรวจขนาดไฟล์รูปต้นฉบับ
- เปิดเครื่องมือ Compress Image
- บีบอัดรูปในระดับที่เหมาะสม
- ตรวจว่าไฟล์ต่ำกว่า 1 MB หรือยัง
- เปิดรูปดูความคมชัดก่อนอัปโหลด
เริ่มใช้งานได้ที่
เครื่องมือลดขนาดรูปของ JubKub →
เป้าหมายไม่ควรเป็นเพียง “ทำให้ต่ำกว่า 1 MB” แต่ควรเป็น
ต่ำกว่า 1 MB + ยังอ่านและดูรายละเอียดสำคัญได้
วิธีลดรูปต่ำกว่า 1 MB ด้วย JubKub
ขั้นตอนที่ 1: ตรวจขนาดไฟล์เดิม
ก่อนเริ่มควรดูว่ารูปมีขนาดเท่าไร เช่น
- 1.4 MB
- 3 MB
- 8 MB
- 15 MB
หากไฟล์เดิมอยู่ที่ประมาณ 1–2 MB การลดให้ต่ำกว่า 1 MB มักต้องลดข้อมูลน้อยกว่ารูปที่มีขนาด 10–20 MB
ขั้นตอนที่ 2: เปิด Compress Image
เข้าไปที่
จากนั้นเลือกรูปที่ต้องการลดขนาดตามประเภทไฟล์ที่เครื่องมือรองรับ
ขั้นตอนที่ 3: บีบอัดรูป
เลือกการบีบอัดตามตัวเลือกของเครื่องมือ
หากสามารถปรับคุณภาพได้ ควรเริ่มจากระดับกลางก่อน แล้วตรวจผลลัพธ์
ไม่ควรเริ่มจากระดับต่ำที่สุดทันที เพราะอาจทำให้
- ตัวหนังสือเบลอ
- ใบหน้าสูญเสียรายละเอียด
- เส้นและ Logo แตก
- สีเป็นปื้น
ขั้นตอนที่ 4: ตรวจว่าไฟล์ต่ำกว่า 1 MB แล้วหรือยัง
หลังประมวลผล ให้ดูขนาดไฟล์ใหม่
หากระบบปลายทางกำหนด
Maximum file size: 1 MB
ควรพยายามให้ไฟล์ต่ำกว่าขีดจำกัดเล็กน้อย เช่นประมาณ 900–950 KB หากสามารถทำได้โดยไม่ทำให้คุณภาพแย่ลงมาก
ขั้นตอนที่ 5: เปิดภาพดูขนาดจริง
ก่อน Upload ควรเปิดดูภาพ ไม่ใช่ตรวจเฉพาะจำนวน KB
ดูโดยเฉพาะ
- ตัวหนังสือ
- ใบหน้า
- รายละเอียดสินค้า
- QR Code
- Barcode
- ลายเซ็น
- Logo
- ตัวเลขสำคัญ
หากยังดูชัด ก็พร้อมนำไปใช้งาน
1 MB เท่ากับกี่ KB?
ในระบบดิจิทัลอาจพบวิธีนับมากกว่าหนึ่งแบบ
บางระบบใช้ประมาณ
1 MB = 1,000 KB
ขณะที่หน่วยแบบไบนารีจะใช้
1 MiB = 1,024 KiB
ดังนั้นหากเว็บระบุว่าไฟล์ต้องไม่เกิน 1 MB การทำไฟล์ให้ต่ำกว่า Limit เล็กน้อยจะปลอดภัยกว่าการทำให้พอดี 1.00 MB
ทำไมรูปจากมือถือถึงใหญ่หลาย MB?
กล้องมือถือสมัยใหม่ถ่ายภาพด้วย Resolution สูงมาก
รูปหนึ่งภาพอาจมีขนาด
- 3000 × 4000 px
- 4000 × 6000 px
- หรือมากกว่านั้น
แต่ระบบที่รับรูปอาจแสดงภาพจริงเพียงไม่กี่ร้อยหรือหนึ่งพัน Pixel
ดังนั้นไฟล์ต้นฉบับจึงมีข้อมูลมากกว่าที่จำเป็นต่อการแสดงผลในหลายกรณี
ถ้าบีบอัดแล้วยังเกิน 1 MB ทำยังไง?
ไม่จำเป็นต้อง Compress ซ้ำหลายครั้งทันที
ควรตรวจว่ามีวิธีอื่นช่วยลดไฟล์ได้หรือไม่
1. Crop ส่วนที่ไม่จำเป็น
หากรูปมีพื้นที่ว่างหรือสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องจำนวนมาก สามารถตัดออกก่อน
ตัวอย่างเช่น
- พื้นโต๊ะรอบเอกสาร
- พื้นหลังรอบสินค้า
- พื้นที่ว่างจำนวนมาก
- สิ่งของรอบภาพ
ใช้
Workflow:
Crop → Compress → ตรวจขนาด
การตัดพื้นที่ออกช่วยลดจำนวน Pixel ที่ต้องจัดเก็บด้วย
2. ลด Dimensions ของรูป
บางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ Compression เพียงอย่างเดียว แต่ภาพมีความกว้างและความสูงมากเกินงาน
ตัวอย่าง:
รูปเดิม
6000 × 4000 px
แต่ระบบใช้จริงเพียง
1200 × 800 px
การลด Dimensions ให้เหมาะสมสามารถลดขนาดไฟล์ได้มาก โดยไม่จำเป็นต้อง Compress คุณภาพอย่างหนัก
หลักคิดคือ
Resize ก่อน → Compress หลัง
หากภาพต้นฉบับใหญ่เกินความต้องการอย่างชัดเจน
3. เปลี่ยน Format ให้เหมาะกับภาพ
Format ของรูปมีผลกับขนาดไฟล์ด้วย
JPG
มักเหมาะกับ
- ภาพถ่าย
- รูปสินค้า
- รูปจากกล้องมือถือ
PNG
เหมาะกับ
- Logo
- Screenshot
- ภาพที่ต้องการ Transparency
- กราฟิกเส้นคม
WebP
สามารถเป็นทางเลือกสำหรับงานเว็บไซต์ และในหลายกรณีให้ขนาดไฟล์ที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับ JPG
หากมี JPG สำหรับเว็บไซต์ สามารถลอง
แปลง JPG เป็น WebP ด้วย JubKub →
แล้วเปรียบเทียบคุณภาพกับขนาดไฟล์จริง
ลดรูปจาก 5 MB ให้เหลือต่ำกว่า 1 MB ได้ไหม?
มีโอกาสทำได้ แต่ขึ้นอยู่กับรูป
ตัวอย่างเช่น ภาพถ่ายจากมือถือขนาด 5 MB อาจมี
- Dimensions ใหญ่
- Metadata
- Quality สูง
- รายละเอียดมาก
การ Compress หรือ Resize อาจลดลงได้มาก
แต่ไม่ควรรับประกันว่าไฟล์ทุกภาพจะลดเหลือต่ำกว่า 1 MB โดยคุณภาพแทบไม่เปลี่ยน
ควรตรวจผลลัพธ์จริงหลังประมวลผล
ลดรูปจาก 10 MB เหลือ 1 MB จะภาพแตกไหม?
ไม่ได้แปลว่าจะต้องแตกเสมอไป
ถ้ารูป 10 MB มี Resolution สูงเกินงาน เช่นภาพจากกล้องที่กว้างหลายพัน Pixel แต่ใช้งานจริงบนเว็บขนาดเพียง 1000–1500 px การ Resize ก่อนสามารถลดข้อมูลจำนวนมากโดยภาพยังดูดีในขนาดที่ใช้จริง
แต่ถ้าต้องรักษา Dimensions เดิมทั้งหมดแล้วลดไฟล์ลงประมาณ 90% อาจต้องใช้ Compression มากขึ้นและมีโอกาสเห็นความแตกต่างของคุณภาพได้
Compress กับ Resize ต่างกันยังไง?
Compress
ลดปริมาณข้อมูลในไฟล์
เช่น
4 MB → 900 KB
โดย Dimensions อาจยังเท่าเดิม
Resize
ลดความกว้างและความสูง
เช่น
4000 × 3000 px → 1200 × 900 px
ทำให้มี Pixel น้อยลง และขนาดไฟล์มักลดตาม
ถ้าต้องการต่ำกว่า 1 MB แบบยังดูดี การใช้สองวิธีร่วมกันมักมีประสิทธิภาพกว่าการ Compress อย่างเดียว
Crop กับ Compress ต่างกันยังไง?
Crop
ตัดส่วนของภาพออก
เช่นภาพกว้าง 2000 px แต่ต้องการเฉพาะวัตถุตรงกลาง
Compress
เก็บพื้นที่ภาพเดิม แต่ลดข้อมูลของไฟล์
ถ้าภาพมีพื้นที่ที่ไม่ต้องใช้ การ Crop ก่อนช่วยลดข้อมูลได้โดยไม่จำเป็นต้องลดคุณภาพของบริเวณสำคัญมากเกินไป
ลดรูปต่ำกว่า 1 MB สำหรับสมัครงาน
เว็บไซต์สมัครงานบางแห่งอาจกำหนดขนาดไฟล์รูป เช่น
- รูปโปรไฟล์
- Certificate
- เอกสารประกอบ
- รูปถ่าย
ก่อน Upload ควรตรวจว่า
- ใบหน้าชัด
- ตัวหนังสืออ่านได้
- ไม่ Crop ข้อมูลสำคัญ
- Format ตรงตามที่ระบบรับ
- ไฟล์ต่ำกว่า Limit
ไม่ควรลดคุณภาพจน HR หรือระบบตรวจเอกสารอ่านข้อมูลไม่ได้
ลดรูปต่ำกว่า 1 MB สำหรับระบบราชการ
รูปเอกสารที่ใช้กับระบบราชการอาจมีข้อมูล เช่น
- ชื่อ
- เลขเอกสาร
- ลายเซ็น
- ตราประทับ
- QR Code
- รายละเอียดตัวหนังสือเล็ก
ดังนั้นควรตรวจภาพด้วยการ Zoom หลัง Compress
หากไฟล์ต่ำกว่า 1 MB แต่ข้อความอ่านไม่ออก อาจไม่สามารถใช้งานได้จริง
ลดรูปต่ำกว่า 1 MB สำหรับแบบฟอร์มออนไลน์
ระบบบางแห่งอาจกำหนดทั้ง
- Maximum file size
- Format
- Dimensions
- จำนวนไฟล์
ก่อนลดควรอ่านข้อกำหนดให้ครบ
ตัวอย่างเช่น หากระบบระบุ
JPG only, maximum 1 MB
ก็ควรให้ไฟล์เป็น JPG และต่ำกว่า 1 MB
ไม่ควรเปลี่ยนเป็น Format อื่นเพียงเพราะไฟล์เล็กกว่า หากระบบไม่รองรับ
ลดรูปต่ำกว่า 1 MB สำหรับเว็บไซต์
หากจะ Upload รูปขึ้นเว็บไซต์ การทำให้ต่ำกว่า 1 MB เป็นเพียงจุดเริ่มต้น
ในหลายกรณี ภาพเว็บไซต์สามารถเล็กกว่านั้นได้อีกโดยยังดูดี
ควรดู
- Dimensions
- ตำแหน่งที่แสดง
- Mobile
- Desktop
- Format
- Compression
เป้าหมายคือให้ภาพมีขนาดเหมาะกับการใช้งานจริง ไม่ใช่เพียงต่ำกว่า 1 MB เท่านั้น
ลดรูปต่ำกว่า 1 MB สำหรับ LINE หรืออีเมล
หากเป้าหมายคือส่งภาพผ่านแชตหรืออีเมล การลดไฟล์สามารถช่วยให้
- Upload เร็วขึ้น
- ส่งหลายภาพได้สะดวกขึ้น
- ใช้ Data น้อยลง
- ผู้รับดาวน์โหลดเร็วขึ้น
แต่ถ้ารูปมีตัวหนังสือหรือรายละเอียดสำคัญ ต้องตรวจให้ชัดก่อนส่ง
ทำไม JPG มักเหมาะกับภาพถ่าย?
JPG ใช้การบีบอัดที่ออกแบบมาเหมาะกับภาพที่มีสีและรายละเอียดต่อเนื่อง เช่นภาพถ่าย
จึงสามารถลดขนาดไฟล์ได้มากเมื่อเทียบกับการใช้ PNG กับภาพถ่ายในหลายกรณี
อย่างไรก็ตาม JPG ไม่รองรับ Transparency และการ Compress มากเกินไปสามารถทำให้เกิด Artifact ได้
PNG ลดต่ำกว่า 1 MB ได้ไหม?
ได้ในบางภาพ แต่ขึ้นอยู่กับข้อมูลของรูป
PNG ที่เป็น
- Logo
- Screenshot
- Graphic
- ภาพสีเรียบ
อาจเหมาะกับ Format นี้
แต่หาก PNG เป็นภาพถ่ายขนาดใหญ่ ไฟล์อาจมีขนาดสูงกว่าการใช้ JPG หรือ WebP ที่เหมาะสม
ควรเลือก Format จากเนื้อหาของภาพ ไม่ใช่จากนามสกุลเพียงอย่างเดียว
WebP ช่วยให้ต่ำกว่า 1 MB ง่ายขึ้นไหม?
ในหลายกรณี WebP สามารถให้ขนาดไฟล์ที่เหมาะสำหรับเว็บได้ดี
แต่ไม่ได้หมายความว่า WebP ทุกภาพจะเล็กกว่า JPG ทุกครั้ง
ควรเปรียบเทียบ
- ขนาดไฟล์
- คุณภาพ
- การรองรับของระบบปลายทาง
ก่อนใช้งาน
หากเว็บที่ต้อง Upload รับเฉพาะ JPG ก็ไม่ควรเปลี่ยนเป็น WebP แม้ไฟล์จะเล็กกว่า
ทำไมไม่ควร Compress รูปซ้ำหลายรอบ?
โดยเฉพาะ Format แบบ Lossy เช่น JPG การบีบอัดซ้ำอาจทำให้รายละเอียดลดลงเรื่อย ๆ
Workflow ที่ไม่แนะนำ:
Original → Compress → Compress → Compress
ควรทำแบบ
Original → ปรับค่าที่เหมาะสม → Compress ใหม่
ทุกครั้งที่ต้องการทดลองระดับใหม่
ดังนั้นควรเก็บต้นฉบับไว้เสมอ
ลดขนาดแล้ว Dimensions จะเปลี่ยนไหม?
ขึ้นอยู่กับวิธีและตัวเลือกของเครื่องมือ
การ Compress บางวิธีอาจลดขนาดไฟล์โดยยังคง Dimensions เดิม
ส่วนการ Resize จะเปลี่ยนความกว้างและความสูงของภาพอย่างชัดเจน
จึงควรแยกสองคำนี้ออกจากกัน
ขนาดไฟล์ = KB / MB
ขนาดภาพ = Pixel เช่น 1200 × 800 px
ไฟล์ 900 KB แต่ภาพแตก ควรทำยังไง?
อย่าพยายาม Compress ไฟล์เดิมต่อ
ควรกลับไปใช้ภาพต้นฉบับ แล้วลอง
- ใช้ Dimensions ที่เหมาะสมกว่า
- ลด Compression ลง
- เลือก Format ที่เหมาะกับภาพ
- Crop พื้นที่ไม่จำเป็นออก
- ตรวจภาพในขนาดใช้งานจริง
ไฟล์ที่ผ่าน Limit แต่คุณภาพใช้ไม่ได้ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ดี
ไฟล์ 1.2 MB ต้องลดเยอะไหม?
ไม่มากเมื่อเทียบกับภาพ 5–10 MB
ในกรณีนี้อาจใช้ Compression เพียงเล็กน้อยก็เพียงพอ
ไม่จำเป็นต้อง Resize ลงมากหรือ Compress อย่างหนักทันที
เป้าหมายอาจเป็นประมาณ
1.2 MB → 900–950 KB
พร้อมตรวจว่าภาพยังดูเหมือนเดิมในการใช้งานจริง
ควรเก็บไฟล์ต้นฉบับไหม?
ควรเก็บไว้ โดยเฉพาะ
- ภาพสินค้า
- รูปถ่าย
- Artwork
- เอกสาร
- Brand Asset
- รูปสำหรับพิมพ์
สามารถใช้ต้นฉบับเป็น Master แล้วสร้างเวอร์ชันต่ำกว่า 1 MB แยกสำหรับ Upload
ข้อควรรู้ก่อนลดรูปต่ำกว่า 1 MB
ดูข้อกำหนดของระบบก่อน
บางระบบไม่ได้กำหนดแค่ขนาดไฟล์ แต่กำหนด Format และ Dimensions ด้วย
เผื่อขนาดต่ำกว่า Limit
ไม่ควรพยายามทำให้พอดี 1.00 MB
ตรวจรายละเอียดหลัง Compress
โดยเฉพาะตัวหนังสือและ QR Code
อย่าบีบอัดต้นฉบับทับ
เก็บ Master File ไว้เสมอ
เลือกเครื่องมือให้ตรงปัญหา
- ไฟล์ใหญ่ → Compress
- ภาพใหญ่เกินไป → Resize
- มีพื้นที่ไม่ต้องการ → Crop
- Format ไม่เหมาะ → Convert
ไฟล์รูปของคุณถูกจัดการอย่างไร?
เครื่องมือของ JubKub หลายรายการออกแบบให้สามารถประมวลผลภายใน Browser บนอุปกรณ์ของผู้ใช้ เพื่อลดความจำเป็นในการนำไฟล์ไปประมวลผลบน Server ภายนอก
อย่างไรก็ตาม เครื่องมือแต่ละประเภทอาจมีวิธีการทำงานและข้อจำกัดแตกต่างกัน
หากรูปเป็นเอกสารสำคัญ เช่น
- บัตรประชาชน
- เอกสารลูกค้า
- ข้อมูลทางการเงิน
- เอกสารบริษัท
- รูปส่วนบุคคล
- Artwork ที่ยังไม่เผยแพร่
ควรตรวจรายละเอียดของเครื่องมือก่อนนำไฟล์มาใช้งาน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการลดขนาดรูปต่ำกว่า 1 MB
วิธีลดขนาดรูปให้ต่ำกว่า 1 MB ทำยังไง?
เริ่มจาก Compress Image แล้วตรวจขนาดไฟล์ หากยังเกิน 1 MB ให้พิจารณา Crop พื้นที่ไม่จำเป็น ลด Dimensions หรือเลือก Format ที่เหมาะกับภาพ
รูปจากมือถือทำไมใหญ่หลาย MB?
เพราะกล้องมือถือสามารถถ่ายรูป Resolution สูงมาก ซึ่งมีข้อมูลจำนวนมากกว่าที่หลายเว็บไซต์ต้องการใช้จริง
ลดรูป 5 MB เหลือ 1 MB ได้ไหม?
มีโอกาสทำได้ ขึ้นอยู่กับ Resolution รายละเอียด และ Format ของภาพ แต่คุณภาพอาจเปลี่ยนไปตามระดับการลด
ลดขนาดแล้วภาพแตกไหม?
ไม่จำเป็น หากเลือก Compression และ Dimensions ให้เหมาะกับงาน แต่การลดมากเกินไปสามารถทำให้ภาพแตกหรือรายละเอียดหายได้
ลดขนาดแล้วมิติภาพเปลี่ยนไหม?
ขึ้นอยู่กับวิธี หากใช้ Compress เพียงอย่างเดียว Dimensions อาจคงเดิม แต่หากใช้ Resize ความกว้างและความสูงของภาพจะเปลี่ยน
Crop ช่วยให้ไฟล์ต่ำกว่า 1 MB ได้ไหม?
สามารถช่วยได้ เพราะเป็นการลดพื้นที่และจำนวน Pixel ที่ต้องจัดเก็บ โดยเฉพาะภาพที่มีพื้นหลังหรือพื้นที่ว่างจำนวนมาก
JPG หรือ WebP แบบไหนไฟล์เล็กกว่า?
ขึ้นอยู่กับภาพและการตั้งค่า WebP อาจมีประสิทธิภาพดีในหลายกรณีสำหรับเว็บ แต่ควรดูว่าระบบปลายทางรองรับหรือไม่
ถ้า JPG 1.1 MB ควรทำอย่างไร?
สามารถลอง Compress เพียงเล็กน้อยและตั้งเป้าให้ต่ำกว่า 1 MB พร้อมตรวจคุณภาพ ไม่จำเป็นต้องลด Dimensions อย่างหนักทันที
ถ้าบีบอัดแล้วภาพเบลอควรทำยังไง?
กลับไปใช้ไฟล์ต้นฉบับแล้วลองระดับ Compression ที่น้อยลง หรือใช้ Resize ที่เหมาะกับขนาดใช้งานแทนการบีบอัดอย่างหนัก
ลดขนาดรูปบนมือถือได้ไหม?
สามารถทำผ่าน Browser ได้หากอุปกรณ์และเครื่องมือรองรับการเลือกและประมวลผลภาพ
ต้องติดตั้งโปรแกรมไหม?
ไม่จำเป็น หากใช้เครื่องมือออนไลน์ที่รองรับการ Compress ผ่าน Browser
ลดขนาดรูปต่ำกว่า 1 MB ออนไลน์ฟรีได้ไหม?
สามารถใช้เครื่องมือออนไลน์ที่ระบุว่าเปิดให้ใช้งานฟรีได้ตามเงื่อนไขของเครื่องมือนั้น
เริ่มได้ที่
ลดรูปให้ต่ำกว่า 1 MB ด้วย JubKub →
JubKub มีเครื่องมืออะไรสำหรับลดรูปให้ผ่านข้อจำกัดไฟล์?
JubKub เป็นเว็บไซต์รวมเครื่องมือออนไลน์สำหรับจัดการรูปภาพ PDF ข้อมูล ข้อความ และไฟล์ดิจิทัลผ่าน Browser
สำหรับการลดรูปให้ผ่านข้อจำกัด เช่น 1 MB สามารถเลือกใช้
- Compress Image สำหรับลดขนาดไฟล์
- Crop Image สำหรับตัดส่วนที่ไม่จำเป็น
- JPG to WebP สำหรับเปลี่ยน Format สำหรับงานเว็บไซต์ที่เหมาะสม
ตัวอย่าง Workflow:
รูปจากมือถือ 5 MB → Crop หากจำเป็น → Resize ให้เหมาะ → Compress → ตรวจว่าต่ำกว่า 1 MB → Upload
หรือ
JPG สำหรับเว็บ → JPG to WebP → ตรวจขนาด → ตรวจคุณภาพ → Upload
การใช้วิธีร่วมกันมักดีกว่าการ Compress อย่างหนักเพียงขั้นตอนเดียว
สรุป
หากระบบกำหนดให้รูปต้อง ต่ำกว่า 1 MB วิธีแรกที่ควรลองคือบีบอัดภาพ แล้วตรวจทั้งขนาดและคุณภาพของไฟล์ใหม่
หากยังเกิน 1 MB ให้ตรวจต่อว่า
- รูปมี Dimensions ใหญ่เกินงานหรือไม่
- มีพื้นที่ที่ Crop ออกได้หรือไม่
- Format เหมาะกับประเภทภาพหรือไม่
- สามารถ Resize ได้หรือไม่
- ระดับ Compression ยังเพิ่มได้โดยภาพไม่เสียมากเกินไปหรือไม่
อย่าตั้งเป้าเพียงให้ไฟล์เล็กที่สุด
เป้าหมายที่ดีกว่าคือ
ต่ำกว่า 1 MB + ผ่านเงื่อนไขระบบ + ภาพยังใช้งานได้จริง
เริ่มใช้งานได้ที่