วิธีแปลง JPG เป็น WebP สำหรับเว็บไซต์ ช่วยลดขนาดรูป

WebP เป็นรูปแบบภาพสมัยใหม่ที่นิยมใช้บนเว็บไซต์ เพราะรองรับการบีบอัดได้มีประสิทธิภาพ

เผยแพร่ 27 สิงหาคม 2569โดย JubKubเกี่ยวกับผู้เผยแพร่
วิธีแปลง JPG เป็น WebP สำหรับเว็บไซต์

รูปภาพเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่มีผลต่อขนาดหน้าเว็บไซต์โดยตรง โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีรูปสินค้า รูปบทความ Banner หรือภาพประกอบจำนวนมาก

ไฟล์ JPG ยังเป็นรูปแบบภาพที่ใช้งานแพร่หลาย แต่สำหรับงานเว็บไซต์ WebP เป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่เหมาะกับการนำภาพไปใช้งานบนเว็บ เพราะรองรับการบีบอัดภาพที่มีประสิทธิภาพ และในหลายกรณีสามารถช่วยให้ได้ไฟล์ที่มีขนาดเล็กลงโดยยังรักษาคุณภาพให้อยู่ในระดับที่เหมาะกับการแสดงผล

หากมีรูป JPG อยู่แล้วและต้องการนำไปใช้บนเว็บไซต์ สามารถ แปลง JPG เป็น WebP ออนไลน์ โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม

ทดลองใช้ เครื่องมือ JPG เป็น WebP ของ JubKub →

JPG เป็น WebP คืออะไร?

การแปลง JPG เป็น WebP คือการเปลี่ยนรูปภาพจากไฟล์นามสกุล .jpg หรือ .jpeg ไปเป็นไฟล์ .webp

ตัวอย่างเช่น

product-photo.jpg

สามารถแปลงเป็น

product-photo.webp

โดยภาพยังคงใช้สำหรับแสดงผลบนเว็บไซต์ แต่เปลี่ยนรูปแบบการจัดเก็บข้อมูลของไฟล์

เป้าหมายหลักของการแปลงไม่ได้อยู่ที่การเปลี่ยนนามสกุลไฟล์เพียงอย่างเดียว แต่คือการเลือก Format ที่เหมาะกับการใช้งานบนเว็บไซต์มากขึ้น

ทำไมเว็บไซต์ถึงนิยมใช้ WebP?

สำหรับเว็บไซต์ รูปภาพควรมีคุณภาพเพียงพอสำหรับการแสดงผล แต่ไม่ควรมีขนาดไฟล์ใหญ่เกินความจำเป็น

WebP ถูกออกแบบมาให้รองรับการบีบอัดภาพสำหรับการใช้งานดิจิทัล และสามารถใช้ได้ทั้งการบีบอัดแบบสูญเสียข้อมูลบางส่วนและแบบไม่สูญเสียข้อมูล ขึ้นอยู่กับการสร้างไฟล์

จึงเหมาะกับงานหลายประเภท เช่น

  • รูปสินค้า
  • รูปประกอบบทความ
  • Banner
  • Thumbnail
  • ภาพ Hero
  • ภาพสำหรับ Landing Page
  • รูปในร้านค้าออนไลน์

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของขนาดไฟล์จะขึ้นอยู่กับภาพต้นฉบับ ระดับคุณภาพ และการตั้งค่าที่ใช้ในการแปลงด้วย

แปลง JPG เป็น WebP ช่วยลดขนาดรูปได้จริงไหม?

ในหลายกรณี WebP สามารถให้ขนาดไฟล์ที่เล็กลงเมื่อเทียบกับ JPG ที่มีคุณภาพการมองเห็นใกล้เคียงกัน

แต่ไม่ควรคิดว่า

แปลงเป็น WebP = ไฟล์จะเล็กลงทุกครั้ง

เพราะขนาดไฟล์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • JPG ต้นฉบับถูกบีบอัดมาแล้วมากแค่ไหน
  • ความละเอียดของภาพ
  • รายละเอียดภายในภาพ
  • ระดับคุณภาพที่เลือก
  • วิธีการเข้ารหัส WebP

ดังนั้นหลังแปลงควรตรวจทั้ง ขนาดไฟล์และคุณภาพของภาพ ก่อนนำไปใช้จริง

วิธีแปลง JPG เป็น WebP ออนไลน์ด้วย JubKub

สามารถแปลงไฟล์ผ่าน Browser ได้โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม

ขั้นตอนที่ 1: เปิดเครื่องมือ JPG เป็น WebP

เข้าไปที่

เครื่องมือแปลง JPG เป็น WebP ของ JubKub →

จากนั้นเลือกไฟล์ JPG หรือ JPEG ที่ต้องการแปลง

ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบรูปต้นฉบับ

ก่อนเริ่มแปลง ควรตรวจสอบว่ารูปต้นฉบับมีคุณภาพเพียงพอกับงานที่จะนำไปใช้หรือไม่

เช่น

  • รูปไม่เบลอ
  • ขนาดภาพเหมาะสม
  • ภาพไม่ถูก Crop ผิด
  • ไม่มีข้อมูลที่ไม่ต้องการติดมา
  • สีและรายละเอียดสำคัญยังครบ

การเปลี่ยน Format ไม่สามารถเพิ่มรายละเอียดที่ไม่มีอยู่ในภาพต้นฉบับได้

ขั้นตอนที่ 3: เริ่มแปลง JPG เป็น WebP

เริ่มการประมวลผลตามตัวเลือกของเครื่องมือ

เมื่อเสร็จแล้วจะได้รูปภาพในรูปแบบ WebP สำหรับนำไปใช้งานต่อ

ขั้นตอนที่ 4: เปรียบเทียบขนาดไฟล์

ก่อนนำ WebP ไปแทน JPG บนเว็บไซต์ ควรดูขนาดไฟล์ก่อนและหลัง

ตัวอย่าง:

ต้นฉบับ: product.jpg
ผลลัพธ์: product.webp

หาก WebP มีขนาดเล็กลงและคุณภาพยังเพียงพอสำหรับพื้นที่แสดงผล ก็สามารถพิจารณานำไปใช้งานบนเว็บไซต์ได้

ขั้นตอนที่ 5: ทดสอบภาพบนเว็บไซต์จริง

อย่าตรวจเพียงไฟล์ในคอมพิวเตอร์

ควรทดลองแสดงภาพบนหน้าเว็บไซต์จริงทั้ง

  • Desktop
  • Tablet
  • Mobile

ตรวจสอบว่าภาพยังมีความคมชัดเหมาะสมและไม่แตกเมื่อแสดงในขนาดที่กำหนด

JPG กับ WebP ต่างกันอย่างไร?

ทั้ง JPG และ WebP สามารถใช้กับรูปภาพบนเว็บไซต์ได้ แต่มีคุณสมบัติบางอย่างแตกต่างกัน

JPG

JPG เป็นรูปแบบภาพที่มีการใช้งานมายาวนานและรองรับอย่างกว้างขวาง

เหมาะกับ

  • รูปถ่าย
  • ภาพสินค้า
  • ภาพที่มีสีจำนวนมาก
  • การใช้งานกับระบบที่ต้องการความเข้ากันได้สูง

WebP

WebP เป็นรูปแบบภาพที่พัฒนามาเพื่อรองรับการใช้งานบนเว็บสมัยใหม่ และรองรับคุณสมบัติด้านการบีบอัดได้หลายรูปแบบ

เหมาะกับ

  • รูปเว็บไซต์
  • ภาพสินค้า E-commerce
  • Thumbnail
  • Banner
  • ภาพบทความ
  • รูปที่ต้องการ Optimize สำหรับ Web Performance

การเลือกระหว่าง JPG กับ WebP จึงควรดูจากระบบที่ใช้งาน ความเข้ากันได้ และผลลัพธ์ด้านขนาดไฟล์จริง

WebP ช่วยให้เว็บไซต์เร็วขึ้นหรือไม่?

หาก WebP ที่นำไปใช้มีขนาดไฟล์เล็กลงกว่ารูปเดิม ผู้เข้าชมเว็บไซต์ก็ต้องดาวน์โหลดข้อมูลภาพน้อยลง

ตัวอย่างเช่น หากหน้า Product Page มีรูปสินค้า 10 รูป และสามารถลดขนาดของแต่ละรูปได้ การลดขนาดรวมของหน้าเว็บก็สามารถช่วยให้การรับส่งข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แต่ WebP ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่กำหนดความเร็วเว็บไซต์

ยังมีองค์ประกอบอื่น เช่น

  • ขนาด Dimensions ของรูป
  • จำนวนรูปในหน้า
  • Lazy Loading
  • Responsive Images
  • Cache
  • CDN
  • JavaScript
  • CSS
  • Server Performance

ดังนั้นแนวทางที่เหมาะสมคือมอง WebP เป็นส่วนหนึ่งของ Image Optimization ไม่ใช่คำตอบเดียวของการทำเว็บให้เร็ว

WebP ช่วย SEO หรือไม่?

การเปลี่ยน JPG เป็น WebP เพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้หน้าเว็บไซต์ติดอันดับสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ

แต่การใช้รูปที่มีขนาดเหมาะสมสามารถช่วยลดข้อมูลที่ต้องดาวน์โหลดและสนับสนุนประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น

สำหรับ SEO เว็บไซต์ ควรดูองค์ประกอบภาพร่วมกันหลายเรื่อง เช่น

  • ใช้ Dimensions ที่เหมาะกับพื้นที่แสดงผล
  • ลดขนาดไฟล์ให้เหมาะสม
  • ใช้ Alt Text ที่อธิบายภาพตามจริง
  • ใช้ชื่อไฟล์ที่สื่อความหมาย
  • รองรับ Responsive Images
  • ไม่ใช้รูปใหญ่กว่าที่จำเป็น
  • ใช้ Lazy Loading ในตำแหน่งที่เหมาะสม

WebP จึงควรถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของการ Optimize หน้าเว็บไซต์โดยรวม

ก่อนแปลง JPG เป็น WebP ควร Resize รูปก่อนหรือไม่?

หากรูปต้นฉบับมีขนาดใหญ่มากกว่าพื้นที่แสดงผลบนเว็บไซต์ การ Resize ก่อนสามารถช่วยลดข้อมูลที่ไม่จำเป็นได้

ตัวอย่างเช่น

รูปจากกล้อง:

6000 × 4000 px

แต่บนเว็บไซต์แสดงกว้างสูงสุด:

1200 px

การใช้ภาพ 6000 px บนพื้นที่ที่แสดงเพียง 1200 px อาจเกินความจำเป็น

Workflow ที่เหมาะกว่าอาจเป็น

JPG ต้นฉบับ → Resize ให้เหมาะกับเว็บไซต์ → แปลงเป็น WebP → ตรวจคุณภาพ → อัปโหลด

ไม่ใช่เพียงเปลี่ยน Format อย่างเดียว

ควรลดขนาดรูปก่อนหรือแปลงเป็น WebP ก่อน?

ขึ้นอยู่กับว่าเครื่องมือที่ใช้จัดการคุณภาพและความละเอียดอย่างไร

หลักคิดที่ใช้งานได้ทั่วไปคือ

  1. ตรวจ Dimensions ของรูป
  2. Resize หากรูปใหญ่กว่าความต้องการมาก
  3. เลือก Format ที่เหมาะสม
  4. บีบอัดให้อยู่ในระดับที่คุณภาพยังดี
  5. ทดสอบบนเว็บไซต์จริง

หากต้องการลดขนาดไฟล์ภาพเพิ่มเติม สามารถใช้

เครื่องมือลดขนาดรูปของ JubKub →

ก่อนนำภาพไปใช้งานจริง

ควรใช้ WebP กับรูปแบบไหนบนเว็บไซต์?

WebP สามารถใช้กับภาพเว็บไซต์หลายประเภท แต่ควรพิจารณาจากลักษณะงาน

รูปสินค้า

เหมาะกับร้านค้าออนไลน์ที่มีรูปสินค้าจำนวนมาก เพราะรูปมักเป็นองค์ประกอบหลักของหน้า Product

ควรเน้นสมดุลระหว่างขนาดไฟล์กับรายละเอียดของสินค้า

รูปประกอบบทความ

เหมาะกับ Blog หรือเว็บไซต์คอนเทนต์ที่มีภาพประกอบหลายรูปต่อหน้า

Thumbnail

ภาพ Thumbnail มักแสดงในพื้นที่ขนาดเล็ก จึงไม่จำเป็นต้องใช้ไฟล์จากกล้องขนาดเต็ม

Banner และ Hero Image

ภาพประเภทนี้มักมีขนาดใหญ่บนหน้าจอ จึงควร Optimize อย่างระมัดระวัง เพราะไฟล์ที่ใหญ่เกินไปสามารถเพิ่มน้ำหนักของหน้าเว็บไซต์ได้มาก

WebP รองรับพื้นหลังโปร่งใสหรือไม่?

WebP สามารถรองรับ Transparency ได้

อย่างไรก็ตาม หากกำลังแปลงจาก JPG ต้องเข้าใจก่อนว่า JPG ต้นฉบับไม่รองรับพื้นหลังโปร่งใสอยู่แล้ว

ดังนั้นการแปลง JPG เป็น WebP จะไม่ได้สร้าง Transparency ขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ

หากต้องการรักษาพื้นหลังโปร่งใส ควรเริ่มจากไฟล์ต้นฉบับที่รองรับคุณสมบัตินั้น

WebP เหมาะกับ WordPress หรือไม่?

เว็บไซต์ WordPress รุ่นใหม่และ Browser สมัยใหม่สามารถทำงานกับ WebP ได้ในหลายกรณี

อย่างไรก็ตาม ก่อนเปลี่ยนรูปทั้งหมดในเว็บไซต์ ควรตรวจสอบ

  • Theme ที่ใช้งาน
  • Plugin ที่เกี่ยวข้องกับรูปภาพ
  • CDN
  • ระบบ Cache
  • Page Builder
  • ระบบอัปโหลดรูป
  • Browser ของกลุ่มผู้ใช้งาน

และควรทดลองกับรูปจำนวนเล็กน้อยก่อนเปลี่ยนทั้งเว็บไซต์

ควรลบ JPG เดิมหลังแปลงเป็น WebP หรือไม่?

ไม่ควรรีบลบไฟล์ต้นฉบับ

ควรเก็บ JPG คุณภาพสูงไว้เป็น Master File โดยเฉพาะภาพสินค้า งานออกแบบ หรือรูปที่อาจต้องนำไปใช้กับช่องทางอื่นในอนาคต

แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือ

JPG ต้นฉบับ → เก็บไว้

จากนั้นสร้าง

WebP สำหรับเว็บไซต์

แยกออกมาเป็นอีกเวอร์ชันหนึ่ง

เพราะไฟล์ที่เหมาะกับเว็บไซต์อาจไม่เหมาะกับงานพิมพ์ งานส่งให้ลูกค้า หรือระบบอื่นเสมอไป

วิธีตั้งชื่อไฟล์ WebP สำหรับเว็บไซต์

หลังแปลงรูปแล้ว ไม่ควรปล่อยให้ไฟล์มีชื่อที่ไม่มีความหมาย เช่น

IMG_84729.webp

หากเป็นรูปสินค้าหรือรูปประกอบเนื้อหา สามารถตั้งชื่อที่อธิบายภาพอย่างเป็นธรรมชาติ เช่น

black-safety-shoes.webp

หรือ

compress-image-example.webp

ชื่อไฟล์ควรช่วยให้คนดูแลเว็บไซต์เข้าใจว่าเป็นรูปอะไร โดยไม่จำเป็นต้องยัด Keyword จำนวนมากลงในชื่อเดียว

อย่าเปลี่ยนแค่นามสกุล .jpg เป็น .webp

การเปลี่ยนชื่อไฟล์จาก

image.jpg

เป็น

image.webp

ไม่ได้หมายความว่าไฟล์ถูกแปลงเป็น WebP จริง

Format ภายในไฟล์ต้องถูกเข้ารหัสใหม่ด้วยเครื่องมือที่รองรับ

จึงควรใช้เครื่องมือสำหรับแปลงรูปโดยตรง แทนการ Rename นามสกุลไฟล์

ถ้า WebP ที่ได้ยังมีขนาดใหญ่ควรทำอย่างไร?

การเปลี่ยน Format ไม่ได้หมายความว่าไฟล์ผลลัพธ์จะเล็กที่สุดเสมอไป

หาก WebP ยังมีขนาดใหญ่ ควรตรวจสอบว่า

  • Dimensions ใหญ่เกินไปหรือไม่
  • คุณภาพตั้งไว้สูงเกินความจำเป็นหรือไม่
  • ภาพมีรายละเอียดสูงมากหรือไม่
  • รูปถูกใช้ในพื้นที่เล็กกว่าขนาดจริงหรือไม่

จากนั้นสามารถพิจารณาลดขนาดภาพเพิ่มเติมด้วย

เครื่องมือลดขนาดรูปออนไลน์ของ JubKub →

ตัวอย่าง Workflow สำหรับเตรียมรูปลงเว็บไซต์

หากมี JPG จากกล้องหรือโทรศัพท์ ขั้นตอนสามารถเป็น

JPG ต้นฉบับ → ตรวจ Dimensions → Resize → แปลง JPG เป็น WebP → Compress → ตรวจคุณภาพ → อัปโหลดเว็บไซต์

ไม่จำเป็นต้องทำทุกขั้นตอนกับทุกรูป แต่ควรเลือกตามลักษณะของไฟล์ต้นฉบับ

เป้าหมายสุดท้ายคือ

รูปต้องชัดพอสำหรับผู้ใช้ แต่ไม่ใหญ่เกินความจำเป็น

ไฟล์ของคุณถูกจัดการอย่างไร?

เครื่องมือของ JubKub หลายรายการออกแบบให้สามารถประมวลผลภายใน Browser บนอุปกรณ์ของผู้ใช้ เพื่อลดความจำเป็นในการส่งไฟล์ไปประมวลผลบน Server ภายนอก

อย่างไรก็ตาม เครื่องมือแต่ละประเภทอาจมีวิธีการทำงานและข้อจำกัดแตกต่างกัน

หากเป็นรูปภาพที่มีข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลบริษัท หรือข้อมูลสำคัญ ควรตรวจสอบรายละเอียดของเครื่องมือแต่ละหน้าก่อนใช้งาน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแปลง JPG เป็น WebP

JPG เป็น WebP ช่วยลดขนาดไฟล์หรือไม่?

ในหลายกรณี WebP สามารถให้ขนาดไฟล์ที่เล็กลงในคุณภาพที่เหมาะสม แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับรูปต้นฉบับและการตั้งค่าที่ใช้ จึงควรเปรียบเทียบไฟล์จริงหลังแปลง

แปลง JPG เป็น WebP ต้องติดตั้งโปรแกรมไหม?

ไม่จำเป็น หากใช้เครื่องมือออนไลน์ สามารถเปิดผ่าน Browser และแปลงไฟล์ได้โดยตรงในกรณีที่อุปกรณ์และ Browser รองรับ

สามารถแปลง JPG เป็น WebP บนมือถือได้ไหม?

สามารถใช้งานผ่าน Browser บนโทรศัพท์ได้หากเครื่องมือรองรับ แต่รูปความละเอียดสูงหรือการประมวลผลหลายภาพอาจใช้ทรัพยากรของอุปกรณ์มากขึ้น

JPG กับ JPEG สามารถแปลงเป็น WebP ได้เหมือนกันไหม?

JPG และ JPEG เป็นชื่อไฟล์ที่ใช้กับรูปแบบภาพประเภทเดียวกันในงานทั่วไป หากเครื่องมือรองรับไฟล์ดังกล่าวก็สามารถใช้ตามประเภทไฟล์ที่กำหนดได้

WebP ใช้บนเว็บไซต์ได้ไหม?

WebP ถูกใช้กับเว็บไซต์อย่างแพร่หลาย แต่ควรตรวจสอบระบบ เว็บไซต์ Plugin และ Browser ที่กลุ่มผู้ใช้งานใช้จริงก่อนเปลี่ยนไฟล์สำคัญทั้งหมด

ควรใช้ JPG หรือ WebP สำหรับเว็บไซต์?

ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกกรณี

หากต้องการความเข้ากันได้กว้าง JPG ยังเป็นตัวเลือกที่ใช้งานได้ดี ส่วน WebP เหมาะกับการ Optimize ภาพสำหรับเว็บไซต์ในหลายสถานการณ์

ควรเลือกจากคุณภาพ ขนาดไฟล์ และระบบที่รองรับ

แปลง JPG เป็น WebP แล้วคุณภาพลดลงไหม?

ขึ้นอยู่กับวิธีการเข้ารหัสและระดับคุณภาพที่เลือก

หากใช้ Lossy Compression มากเกินไป รายละเอียดของภาพสามารถลดลงได้ จึงควรตรวจไฟล์ผลลัพธ์ด้วยสายตาก่อนนำไปใช้จริง

สามารถลดขนาด WebP เพิ่มเติมได้ไหม?

หากไฟล์ยังใหญ่เกินความจำเป็น สามารถพิจารณาปรับ Dimensions หรือใช้ เครื่องมือลดขนาดรูป เพิ่มเติมตามประเภทไฟล์ที่เครื่องมือรองรับ

แปลง JPG เป็น WebP ออนไลน์ฟรีได้หรือไม่?

สามารถใช้เครื่องมือออนไลน์ที่ระบุว่าเปิดให้ใช้งานฟรีได้โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม

เริ่มใช้งานได้ที่

แปลง JPG เป็น WebP ด้วย JubKub →

JubKub มีเครื่องมือสำหรับจัดการและแปลงรูปภาพอะไรบ้าง?

JubKub เป็นเว็บไซต์รวมเครื่องมือออนไลน์สำหรับจัดการรูปภาพ PDF และไฟล์ดิจิทัล โดยผู้ใช้สามารถเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับ Workflow ของตัวเองได้

สำหรับงานรูปภาพ เช่น

  • JPG to WebP สำหรับแปลงรูป JPG เป็น WebP เพื่อนำไปใช้งานต่อ
  • Compress Image สำหรับลดขนาดไฟล์รูปภาพ
  • เครื่องมือแปลงรูปสำหรับเปลี่ยน Format ตามประเภทไฟล์ที่รองรับ
  • เครื่องมือ PDF สำหรับนำรูปภาพหรือเอกสารไปจัดการต่อ

ตัวอย่าง Workflow สำหรับเว็บไซต์:

JPG → Resize → WebP → Compress → อัปโหลดเว็บไซต์

หรือสำหรับเอกสาร:

JPG → ปรับรูป → JPG เป็น PDF → บีบอัด PDF → ส่ง

จึงสามารถเลือกใช้เครื่องมือของ JubKub ตามลักษณะไฟล์และงานที่ต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมแยกสำหรับแต่ละขั้นตอน

สรุป

หากมีรูป JPG และต้องการนำไปใช้บนเว็บไซต์ การ แปลง JPG เป็น WebP เป็นอีกทางเลือกสำหรับการ Optimize รูปภาพ โดย WebP สามารถช่วยให้ได้ไฟล์ขนาดเหมาะสมกับงานเว็บในหลายกรณี

แต่ไม่ควรมองเพียงนามสกุลไฟล์

ควรพิจารณาร่วมกันทั้ง

  1. ขนาด Dimensions ของภาพ
  2. ขนาดไฟล์
  3. คุณภาพที่ผู้ใช้เห็น
  4. Format ที่เหมาะสม
  5. ระบบเว็บไซต์ที่รองรับ

เริ่มใช้งานได้ที่

เครื่องมือ JPG เป็น WebP ของ JubKub →

และหากต้องการลดขนาดภาพเพิ่มเติม สามารถใช้ เครื่องมือลดขนาดรูปของ JubKub ก่อนนำภาพไปใช้งานจริงบนเว็บไซต์ได้