วิธีแปลง PNG เป็น JPG ออนไลน์ เมื่อไม่ต้องการพื้นหลังโปร่งใส

เปลี่ยน PNG เป็น JPG เมื่อต้องการไฟล์ที่ใช้งานได้แพร่หลายและไม่จำเป็นต้องมี Transparency

เผยแพร่ 27 สิงหาคม 2569โดย JubKubเกี่ยวกับผู้เผยแพร่
วิธีแปลง PNG เป็น JPG ออนไลน์

ไฟล์ PNG เหมาะกับงานกราฟิก โลโก้ ไอคอน และรูปที่ต้องการพื้นหลังโปร่งใส แต่ในบางกรณีเราอาจไม่ได้ต้องการ Transparency อีกต่อไป หรือจำเป็นต้องใช้ไฟล์ในรูปแบบ JPG/JPEG แทน

ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ ระบบอัปโหลดรูป โปรแกรมบางประเภท หรือแพลตฟอร์มที่ต้องการไฟล์ JPG โดยเฉพาะ

ในกรณีนี้สามารถ แปลง PNG เป็น JPG ออนไลน์ แล้วกำหนดพื้นหลังให้กับส่วนที่เคยโปร่งใส ก่อนดาวน์โหลดเป็นไฟล์ใหม่ได้

หากไม่ต้องการติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม สามารถใช้งานผ่าน Browser ด้วยเครื่องมือของ JubKub ได้โดยตรง

ทดลองใช้ เครื่องมือ PNG เป็น JPG ของ JubKub →

PNG เป็น JPG คืออะไร?

การแปลง PNG เป็น JPG คือการเปลี่ยนรูปภาพจากไฟล์ .png ไปเป็นไฟล์ .jpg หรือ .jpeg

ตัวอย่างเช่น

product-image.png

สามารถแปลงเป็น

product-image.jpg

แต่มีข้อแตกต่างสำคัญที่ควรรู้ก่อนแปลงไฟล์ คือ JPG ไม่รองรับพื้นหลังโปร่งใส

ดังนั้น หาก PNG ต้นฉบับมีพื้นที่ Transparency อยู่ พื้นที่ดังกล่าวจะต้องถูกแทนที่ด้วยสีพื้นหลังเมื่อสร้างไฟล์ JPG ใหม่

โดยทั่วไปอาจใช้สีขาวหรือสีอื่นตามตัวเลือกที่เครื่องมือรองรับ

PNG กับ JPG ต่างกันอย่างไร?

ทั้ง PNG และ JPG เป็นรูปแบบไฟล์ภาพที่ใช้งานแพร่หลาย แต่เหมาะกับงานต่างกัน

PNG

PNG เหมาะกับงานที่ต้องการ

  • พื้นหลังโปร่งใส
  • โลโก้
  • ไอคอน
  • ภาพ Screenshot
  • กราฟิกที่มีเส้นหรือตัวอักษร
  • ภาพที่ต้องการรักษาขอบวัตถุให้ชัด

PNG รองรับ Transparency จึงมักถูกใช้กับโลโก้หรือวัตถุที่ต้องนำไปวางบนพื้นหลังหลายสี

JPG

JPG หรือ JPEG เหมาะกับ

  • รูปถ่าย
  • รูปสินค้า
  • ภาพที่มีสีจำนวนมาก
  • รูปทั่วไปสำหรับแชร์
  • ระบบที่รับไฟล์ JPG/JPEG

JPG ไม่รองรับพื้นหลังโปร่งใส แต่สามารถให้ขนาดไฟล์ที่เหมาะสมกับภาพถ่ายในหลายกรณี

ดังนั้นการเลือก Format ควรดูจาก ลักษณะของภาพและงานที่จะนำไปใช้ มากกว่าดูเพียงว่ารูปแบบไหนดีกว่ากัน

ทำไมต้องแปลง PNG เป็น JPG?

มีหลายสถานการณ์ที่การเปลี่ยน PNG เป็น JPG มีประโยชน์

1. ระบบที่ใช้งานรับเฉพาะ JPG หรือ JPEG

เว็บไซต์หรือระบบบางประเภทอาจกำหนดประเภทไฟล์ที่สามารถอัปโหลดได้

หากมีรูปเป็น PNG แต่ระบบต้องการ JPG การแปลง Format ก่อนอัปโหลดจึงช่วยให้สามารถใช้งานต่อได้

2. ไม่ต้องการพื้นหลังโปร่งใสแล้ว

บางครั้งไฟล์ PNG ถูกสร้างพร้อม Transparency แต่สุดท้ายต้องนำไปใช้บนพื้นหลังสีขาวหรือพื้นหลังตายตัว

ในกรณีนี้อาจไม่จำเป็นต้องเก็บ Transparency ไว้อีก

สามารถแปลงเป็น JPG พร้อมกำหนดพื้นหลังให้เรียบร้อยได้

3. ต้องการใช้เป็นรูปถ่ายหรือรูปทั่วไป

หาก PNG ต้นฉบับเป็นรูปถ่ายที่ไม่จำเป็นต้องใช้ Transparency การใช้ JPG อาจเหมาะกับงานมากกว่าในบางสถานการณ์

4. ต้องการใช้งานกับโปรแกรมหรือแพลตฟอร์มที่รองรับ JPEG

แม้ PNG จะรองรับอย่างกว้างขวาง แต่ยังมี Workflow บางประเภทที่ใช้ JPG/JPEG เป็นหลัก

การแปลงจึงช่วยให้ไฟล์เข้ากับระบบนั้นได้ง่ายขึ้น

วิธีแปลง PNG เป็น JPG ออนไลน์ด้วย JubKub

สามารถเปลี่ยนไฟล์ผ่าน Browser โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม

ขั้นตอนที่ 1: เปิดเครื่องมือ PNG เป็น JPG

เข้าไปที่

เครื่องมือแปลง PNG เป็น JPG ของ JubKub →

จากนั้นเลือกไฟล์ PNG ที่ต้องการแปลง

ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบว่าภาพมีพื้นหลังโปร่งใสหรือไม่

หาก PNG มี Transparency ควรตรวจสอบก่อนว่าต้องการให้พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นสีอะไรในไฟล์ JPG

ตัวอย่างเช่น โลโก้ PNG ที่มีพื้นหลังโปร่งใส เมื่อนำไปสร้างเป็น JPG อาจต้องใช้

พื้นหลังสีขาว

หรือสีอื่นที่เหมาะกับงาน

ขั้นตอนนี้สำคัญ เพราะหลังจากแปลงเป็น JPG แล้วจะไม่สามารถเก็บพื้นที่โปร่งใสแบบเดิมไว้ได้

ขั้นตอนที่ 3: เลือกคุณภาพของ JPG

หากเครื่องมือมีตัวเลือกระดับคุณภาพ สามารถกำหนดให้เหมาะกับงานได้

คุณภาพสูงมักช่วยรักษารายละเอียดได้มากกว่า แต่อาจทำให้ไฟล์มีขนาดใหญ่ขึ้น

คุณภาพต่ำลงสามารถช่วยลดขนาดไฟล์ แต่หากลดมากเกินไปอาจทำให้ภาพเกิดรอยจากการบีบอัด

ควรเริ่มจากระดับที่สมดุลก่อน แล้วตรวจดูผลลัพธ์จริง

ขั้นตอนที่ 4: แปลงไฟล์และดาวน์โหลด

เมื่อกำหนดค่าที่ต้องการแล้ว ให้เริ่มแปลง PNG เป็น JPG

หลังประมวลผลเสร็จ ดาวน์โหลดไฟล์ใหม่และเปิดตรวจสอบก่อนนำไปใช้งานจริง

ควรตรวจว่า

  • พื้นหลังเป็นสีที่ต้องการ
  • ขอบโลโก้หรือวัตถุไม่ผิดปกติ
  • ตัวหนังสือยังอ่านชัด
  • สีของรูปไม่ผิดเพี้ยนมากเกินไป
  • ความละเอียดเหมาะกับงาน
  • ขนาดไฟล์อยู่ในระดับที่ต้องการ

จะเกิดอะไรขึ้นกับพื้นหลังโปร่งใสเมื่อแปลง PNG เป็น JPG?

นี่เป็นคำถามสำคัญที่สุดก่อนแปลงไฟล์

PNG สามารถมีส่วนของภาพที่โปร่งใสได้ แต่ JPG ไม่รองรับ Transparency

ดังนั้นพื้นที่โปร่งใสต้องถูกแทนด้วยสีเมื่อสร้าง JPG

ตัวอย่าง:

ไฟล์ PNG เป็นโลโก้สีดำบนพื้นหลังโปร่งใส

เมื่อนำไปแปลงเป็น JPG หากกำหนดพื้นหลังสีขาว ผลลัพธ์จะกลายเป็น

โลโก้สีดำ + พื้นหลังสีขาว

ความโปร่งใสเดิมจะไม่ติดไปกับ JPG

ดังนั้นหากยังต้องการนำโลโก้ไปวางบนพื้นหลังหลายสี ควรเก็บ PNG ต้นฉบับไว้

ทำไม PNG บางไฟล์ถึงมีขนาดใหญ่กว่า JPG?

PNG และ JPG ใช้วิธีจัดเก็บข้อมูลภาพแตกต่างกัน

PNG เหมาะกับกราฟิก ภาพหน้าจอ และงานที่ต้องรักษารายละเอียดบางประเภท โดยสามารถรักษาข้อมูลภาพโดยไม่ใช้การบีบอัดแบบสูญเสียข้อมูลเหมือน JPG ในงานทั่วไป

JPG ใช้การบีบอัดที่สามารถลดข้อมูลบางส่วนของภาพเพื่อทำให้ไฟล์มีขนาดเหมาะสมมากขึ้น โดยเฉพาะภาพถ่าย

ดังนั้นรูปถ่ายเดียวกันอาจมีขนาดต่างกันมากเมื่อบันทึกเป็น PNG และ JPG

แต่ไม่ได้หมายความว่า JPG จะเล็กกว่าเสมอในทุกสถานการณ์

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับ

  • ความละเอียด
  • รายละเอียดของภาพ
  • จำนวนสี
  • ระดับการบีบอัด
  • วิธีการสร้างไฟล์ต้นฉบับ

แปลง PNG เป็น JPG ช่วยลดขนาดไฟล์หรือไม่?

สามารถช่วยได้ในบางกรณี โดยเฉพาะเมื่อ PNG ต้นฉบับเป็นภาพถ่ายหรือมีรายละเอียดสีจำนวนมาก

แต่ไม่ควรใช้การแปลง PNG เป็น JPG เป็นวิธีลดขนาดไฟล์ในทุกกรณี

หากเป้าหมายหลักคือการทำให้ภาพเล็กลง ควรเปรียบเทียบ

PNG ต้นฉบับ → JPG ผลลัพธ์

และตรวจทั้งขนาดไฟล์กับคุณภาพของรูป

หากไม่ต้องการเปลี่ยน Format แต่ต้องการลดขนาดภาพ สามารถใช้

เครื่องมือลดขนาดรูปของ JubKub →

เพื่อบีบอัดไฟล์ตามรูปแบบที่เครื่องมือรองรับได้

PNG เป็น JPG แล้วคุณภาพลดลงหรือไม่?

มีโอกาสลดลงได้

JPG มักใช้การบีบอัดแบบ Lossy ซึ่งหมายความว่าข้อมูลบางส่วนของรูปสามารถถูกลดลงเพื่อช่วยควบคุมขนาดไฟล์

หากเลือกคุณภาพสูง ความแตกต่างอาจสังเกตได้ยากในภาพถ่ายทั่วไป

แต่ถ้าใช้การบีบอัดสูง อาจเกิด

  • ขอบภาพไม่คม
  • ตัวหนังสือเริ่มแตก
  • พื้นสีเรียบมีรอย
  • รายละเอียดเล็ก ๆ หาย
  • เกิด Compression Artifact

ดังนั้นควรเปิดดูภาพหลังแปลงเสมอ

ทำไมโลโก้บางรูปดูไม่สวยหลังแปลงเป็น JPG?

โลโก้และกราฟิกมักมีขอบที่ชัด สีเรียบ และพื้นที่โปร่งใส

คุณสมบัติเหล่านี้เหมาะกับ PNG มากกว่า JPG ในหลายกรณี

เมื่อแปลงเป็น JPG อาจเกิด

  • ขอบวัตถุมีรอย
  • พื้นหลังถูกเติมสี
  • เส้นบางดูไม่คม
  • ตัวหนังสือเล็กเริ่มเบลอ
  • สีเรียบเกิด Artifact

ดังนั้นหากภาพเป็นโลโก้และยังไม่จำเป็นต้องใช้ JPG การเก็บเป็น PNG อาจเหมาะกว่า

ควรใช้ PNG หรือ JPG สำหรับรูปสินค้า?

ขึ้นอยู่กับลักษณะของรูป

ใช้ JPG เมื่อ

  • เป็นภาพถ่ายสินค้า
  • มีพื้นหลังปกติ
  • ไม่ต้องการ Transparency
  • ต้องการ Format ที่ใช้กับภาพถ่ายทั่วไป

ใช้ PNG เมื่อ

  • รูปสินค้ามีพื้นหลังโปร่งใส
  • ต้องนำสินค้าไปวางบนพื้นหลังหลายแบบ
  • ต้องรักษาขอบวัตถุที่คมชัด
  • เป็นกราฟิกมากกว่าภาพถ่าย

หากนำรูปไปใช้บนเว็บไซต์ ยังสามารถพิจารณา WebP เป็นอีกทางเลือกได้เช่นกัน

PNG เป็น JPG หรือ PNG เป็น WebP แบบไหนเหมาะกับเว็บไซต์?

ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์

หากต้องการความเข้ากันได้กับ Workflow ที่ใช้ JPG อยู่แล้ว การแปลงเป็น JPG อาจตรงกับงานมากกว่า

แต่หากเป้าหมายคือการ Optimize ภาพสำหรับเว็บไซต์ อาจพิจารณา WebP ด้วย

WebP รองรับ Transparency และเหมาะกับงานเว็บไซต์หลายประเภท

ดังนั้นหาก PNG เดิมมีพื้นหลังโปร่งใสและยังต้องการรักษาความโปร่งใสไว้ การแปลงเป็น JPG อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะ

ในกรณีดังกล่าว WebP อาจเป็น Format ที่ควรพิจารณาตามระบบที่ใช้งาน

ถ้าต้องการเก็บพื้นหลังโปร่งใสควรทำอย่างไร?

หาก Transparency ยังมีความสำคัญ ไม่ควรแปลงเป็น JPG

สามารถเก็บไฟล์เป็น PNG ต่อไป หรือเลือก Format อื่นที่รองรับความโปร่งใส เช่น WebP ตามความเหมาะสมของระบบ

ตัวอย่างเช่น

โลโก้สำหรับวางบนพื้นหลังหลายสี → PNG หรือ WebP

ส่วน

รูปสินค้า Background ขาวตายตัว → JPG หรือ Format อื่นที่เหมาะสม

หลักคือเลือก Format ให้ตรงกับการใช้งาน ไม่ใช่แปลงทุกไฟล์เป็นรูปแบบเดียวกัน

ถ้าต้องการใช้รูปบนเว็บไซต์ควรทำอะไรหลังแปลง?

หลังได้ JPG แล้ว ยังสามารถ Optimize เพิ่มเติมได้

Workflow ตัวอย่าง:

PNG → กำหนดพื้นหลัง → JPG → Resize → Compress → อัปโหลดเว็บไซต์

โดยควรตรวจ

  • Dimensions ของภาพ
  • ขนาดไฟล์
  • ความคมชัด
  • ชื่อไฟล์
  • Alt Text
  • พื้นที่แสดงผลจริงบนเว็บไซต์

หาก JPG ยังมีขนาดใหญ่ สามารถใช้

เครื่องมือลดขนาดรูปออนไลน์ของ JubKub →

เพื่อลดขนาดไฟล์เพิ่มเติมตามประเภทที่เครื่องมือรองรับ

ควรตั้งชื่อรูปก่อนอัปโหลดเว็บไซต์อย่างไร?

ไม่ควรใช้ชื่อจากกล้องหรือระบบที่ไม่มีความหมาย เช่น

IMG_982341.jpg

หากเป็นรูปที่ใช้บนเว็บไซต์ สามารถตั้งชื่อให้สื่อความหมายของภาพ เช่น

black-office-chair.jpg

หรือ

png-to-jpg-example.jpg

ไม่จำเป็นต้องใส่ Keyword จำนวนมาก

ชื่อไฟล์ควรช่วยให้ผู้ดูแลเว็บไซต์เข้าใจว่ารูปนั้นคืออะไรเป็นหลัก

อย่าเปลี่ยนนามสกุล .png เป็น .jpg โดยตรง

การเปลี่ยนชื่อไฟล์จาก

logo.png

เป็น

logo.jpg

ไม่ได้ทำให้ข้อมูลภายในไฟล์กลายเป็น JPG

รูปแบบข้อมูลของไฟล์ยังคงเป็น PNG อยู่

หากต้องการเปลี่ยน Format จริง ต้องใช้เครื่องมือที่นำข้อมูลภาพมาเข้ารหัสใหม่เป็น JPG

จึงควรใช้

เครื่องมือ PNG เป็น JPG ของ JubKub →

แทนการ Rename นามสกุลไฟล์

ข้อควรรู้ก่อนแปลง PNG เป็น JPG

ตรวจ Transparency ก่อน

หากไฟล์มีพื้นหลังโปร่งใส ให้ตัดสินใจก่อนว่าต้องการให้พื้นหลังกลายเป็นสีอะไร

เก็บ PNG ต้นฉบับไว้

ไม่ควรลบ PNG หลังแปลง โดยเฉพาะโลโก้ ไฟล์ออกแบบ หรือรูปสินค้าที่อาจต้องนำไปใช้กับพื้นหลังอื่นในอนาคต

ตรวจขอบวัตถุ

ขอบโลโก้ ตัวหนังสือ และเส้นกราฟิกควรถูกตรวจสอบให้ละเอียด เพราะอาจเห็นผลของการบีบอัดได้ง่ายกว่าภาพถ่าย

อย่าบีบอัดแรงเกินไป

ไฟล์ที่เล็กมากแต่รายละเอียดเสียอาจไม่เหมาะกับงานจริง

ควรเลือกคุณภาพให้สัมพันธ์กับพื้นที่ที่ภาพจะถูกนำไปแสดง

ไฟล์ของคุณถูกจัดการอย่างไร?

เครื่องมือของ JubKub หลายรายการออกแบบให้สามารถประมวลผลภายใน Browser บนอุปกรณ์ของผู้ใช้ เพื่อลดความจำเป็นในการส่งไฟล์ไปประมวลผลบน Server ภายนอก

อย่างไรก็ตาม เครื่องมือแต่ละประเภทอาจมีรูปแบบการทำงานและข้อจำกัดแตกต่างกัน

หากไฟล์ภาพมีข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลบริษัท หรือข้อมูลสำคัญ ควรอ่านรายละเอียดของเครื่องมือแต่ละหน้าก่อนใช้งาน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแปลง PNG เป็น JPG

แปลง PNG เป็น JPG แล้วพื้นหลังโปร่งใสจะหายไหม?

หาย เนื่องจาก JPG ไม่รองรับ Transparency พื้นที่โปร่งใสต้องถูกแทนด้วยสีพื้นหลังเมื่อสร้างไฟล์ JPG

PNG เป็น JPG ช่วยลดขนาดไฟล์ไหม?

สามารถช่วยได้ในบางกรณี โดยเฉพาะรูปถ่ายหรือภาพที่มีรายละเอียดสีจำนวนมาก แต่ขนาดสุดท้ายขึ้นอยู่กับภาพต้นฉบับและการตั้งค่าคุณภาพ

PNG เป็น JPG คุณภาพลดไหม?

มีโอกาสลดลง เนื่องจาก JPG สามารถใช้การบีบอัดแบบสูญเสียข้อมูลได้ จึงควรตรวจคุณภาพของไฟล์ผลลัพธ์ทุกครั้ง

PNG หรือ JPG แบบไหนดีกว่า?

ไม่มี Format ที่ดีกว่าในทุกสถานการณ์

PNG เหมาะกับ Transparency และกราฟิก ส่วน JPG เหมาะกับรูปถ่ายและงานที่ไม่ต้องการ Transparency

ควรเลือกตามจุดประสงค์ของภาพ

แปลง PNG เป็น JPG บนมือถือได้ไหม?

สามารถใช้งานผ่าน Browser บนโทรศัพท์ได้หากเครื่องมือรองรับ แต่ภาพขนาดใหญ่หรือหลายไฟล์อาจใช้ RAM และทรัพยากรของอุปกรณ์มากขึ้น

แปลง PNG เป็น JPG ต้องติดตั้งโปรแกรมไหม?

ไม่จำเป็น สามารถใช้เครื่องมือออนไลน์ผ่าน Browser ได้โดยตรงในกรณีที่อุปกรณ์รองรับ

ถ้าต้องการพื้นหลังโปร่งใสควรใช้ไฟล์อะไร?

สามารถเก็บเป็น PNG หรือใช้ Format อื่นที่รองรับ Transparency เช่น WebP ตามความเหมาะสมของระบบ

หาก JPG ที่ได้มีขนาดใหญ่ควรทำอย่างไร?

สามารถนำไปใช้กับ เครื่องมือลดขนาดรูปของ JubKub เพื่อ Optimize ขนาดไฟล์เพิ่มเติมได้ตามประเภทไฟล์ที่รองรับ

สามารถแปลง PNG เป็น JPG ออนไลน์ฟรีได้หรือไม่?

สามารถใช้เครื่องมือออนไลน์ที่ระบุว่าเปิดให้ใช้งานฟรีได้โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม

เริ่มใช้งานได้ที่

แปลง PNG เป็น JPG ด้วย JubKub →

JubKub มีเครื่องมือสำหรับแปลงและจัดการรูปภาพอะไรบ้าง?

JubKub เป็นเว็บไซต์รวมเครื่องมือออนไลน์สำหรับจัดการรูปภาพ PDF และไฟล์ดิจิทัล โดยสามารถเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับ Format และขั้นตอนของงาน

สำหรับงานรูปภาพ เช่น

  • PNG to JPG สำหรับแปลง PNG เป็น JPG เมื่อไม่ต้องการ Transparency
  • JPG to WebP สำหรับเปลี่ยน JPG เป็น WebP สำหรับงานเว็บไซต์
  • Compress Image สำหรับลดขนาดไฟล์รูปภาพ
  • เครื่องมือแปลงรูปอื่น ๆ สำหรับเปลี่ยน Format ตามประเภทไฟล์ที่รองรับ

ตัวอย่าง Workflow สำหรับรูปเว็บไซต์:

PNG → ตรวจ Transparency → JPG หรือ WebP → Resize → Compress → อัปโหลด

หรือ

รูปต้นฉบับ → เลือก Format ที่เหมาะสม → ลดขนาด → ตรวจคุณภาพ → ใช้งาน

จึงสามารถเลือกใช้เครื่องมือของ JubKub ให้เหมาะกับประเภทไฟล์ โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมแยกสำหรับแต่ละ Format

สรุป

หากมีไฟล์ PNG แต่ ไม่ต้องการพื้นหลังโปร่งใสอีกต่อไป หรือจำเป็นต้องใช้ JPG/JPEG กับระบบอื่น สามารถแปลง PNG เป็น JPG ออนไลน์ได้

สิ่งสำคัญที่ควรจำคือ

  1. JPG ไม่รองรับ Transparency
  2. ต้องกำหนดพื้นหลังให้พื้นที่โปร่งใส
  3. คุณภาพของ JPG ขึ้นอยู่กับระดับการบีบอัด
  4. ควรตรวจขอบโลโก้ ตัวหนังสือ และกราฟิกหลังแปลง
  5. ควรเก็บ PNG ต้นฉบับไว้เสมอหากอาจต้องใช้ Transparency ในอนาคต

เริ่มใช้งานได้ที่

เครื่องมือ PNG เป็น JPG ของ JubKub →

และหากไฟล์ JPG ที่ได้ยังมีขนาดใหญ่ สามารถใช้ เครื่องมือลดขนาดรูปของ JubKub เพื่อลดขนาดไฟล์เพิ่มเติมก่อนนำไปส่งหรืออัปโหลดเว็บไซต์ได้